ดังนั้นตัวเราเองจะต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เช่น สอบถามข้อมูลจากคนที่เขาเคยไปอยู่ประเทศนั้นมาก่อน ว่าเขามีความเห็นอย่างไรถ้าเราจะไปเรียนหรือไปทำงานที่นั่น ส่วนตัวผู้เขียนนั้นโชคไม่ดีไปสอบถามคนรู้จักกันและเขาก็บอกเราว่า ทำวีซ่ายากมากนะ ถ้ายิ่งเป็นผู้หญิงโสดไปเที่ยวคนเดียว อาจจะไม่ผ่าน ที่บอกว่าโชคไม่ดีคือ ไปเจอคนที่เขาไม่ให้กำลังใจเรา แถมมาบอกเราว่าจะไปทำวีซ่าให้เสียสตางค์ทำไม แต่ที่โชคดีคือ เราเป็นคนไม่ค่อยเชื่อคนง่ายซะด้วย ยิ่งบอกว่ายาก ยิ่งอยากจะทำ และก็เป็นเรื่องที่ดีที่เชื่อมั่นในตัวเราเอง บางทีเราก็อยากมีเพื่อนไป รอเพื่อนก็คงไม่มีใครไปแน่ ทุกคนเขาก็ต้องทำงานกันทั้งนั้น ใครจะไปนั่งทำตามใจเราล่ะ เรามีความฝันก็ฝันไปคนเดียวเถอะ และแล้วพอเราตั้งสติได้ก็ตั้งใจรวบรวมเอกสารจนเสร็จ เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษวันเสาร์อาทิตย์กับเจ้าของภาษาเองเลย เรียนไปฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง หลับบ้าง ไม่หลับบ้าง เพราะวันธรรมดาก็ต้องทำงานทั้งวันเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่โชคดีที่ไปเรียนพิเศษเลยไปได้เจอน้องเขาบอกกำลังจะไปเรียนภาษาที่อเมริกา เราก็คุยกันใหญ่เพราะพี่เองก็อยากไปเที่ยวที่นั่นเหมือนกัน แต่เรื่องไปเรียนน่ะ ยังอีกไกล ไหนจะเพิ่งทำบ้านเสร็จส่งแบงก์อีก และคุณพ่อคุณแม่ล่ะคะใครจะดูแลท่าน ถ้าเราไปเรียนต้องมีเงินเก็บเยอะมาก ตอนนั้นไม่มีงบแม้กระทั่งตั๋วเครื่องบินเลยค่ะ น้องเขาก็บอกพี่ไปขอวีซ่าทิ้งไว้ก่อนก็ได้ค่ะ เพราะเอกสารพี่พร้อมแล้วทุกอย่าง น้องเขาก็พูดถูกต้อง เราก็มาคิดดูจะมานั่งรอพระเอกขี่ม้าขาว หรือราชรถมาเกยน่ะหรอ คงไม่มีทางหรอก ตัวเราเองก็เป็นที่พึ่งของตัวเอง ว่าแล้วก็ลุยกันเลยละกัน
วันสัมภาษณ์ เราก็ตื่นเช้ามากเพราะในกรุงเทพ รถติดสุดสุด แต่งตัวชุดทำงานธนาคารดูเรียบร้อยหน่อย และก็อีกล่ะ สังเกตุหลายๆคนเขาก็ไปกับครอบครัวเขา บ้างก็ไปกับคนรัก หรือไปกับเพื่อนเขา เลยคิดน้อยใจนิดหน่อยน่ะ คิดถึงเพลงพี่เสือ ธนพลเลยนะ เพลง 18 ฝนน่ะ แต่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับเขาหรอก เราไปคนเดียวภูมิใจดีออก ทำอะไรได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาใครหรอก แล้วตั้งใจทำให้ดีที่สุดละกัน หลังจากเรียนพิเศษภาษาอังกฤษไป เขาก็ถามว่าเราจะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ Guess what! Of course in English! มีความมั่นใจสูงมากเลยค่ะ มีตั๋วเครื่องบินไหม ไม่มี ที่อยู่ จะไปพักที่ไหน ไม่รู้ มีคนรู้จักไหม ไม่มี แล้วจะไปได้ไหมล่ะ มากับตัวกับหัวใจน้อยๆจริงๆเลย เอาเป็นว่ามากับดวงแล้วกันน่ะ สรุปเขาก็ถามว่าคุณจะไปเที่ยวไหนหรือ เราก็เคยดูหนัง แล้วเคยได้ยินชื่อเมือง นิวยอร์ค ไปเมืองนี้เลยละกัน และจะไปกี่วันก็ประมาณสองอาทิตย์ เพราะทำงานประจำอยู่ แต่เราเคยไปเที่ยวที่ประเทศจีน เกาหลีและออสเตรเลียมาก่อน แสดงว่าเราชอบเที่ยวมากเลย สรุปว่าเขาก็ให้วีซ่าท่องเที่ยวมาสิบปีเลยนะ เที่ยวให้คุ้มไปเลยละกัน




No comments:
Post a Comment