สวัสดีค่ะ
ผู้เขียนตั้งใจเขียนบล็อกภาษาไทยนี้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกับทุกคนค่ะ อยากเขียนเพื่อให้กำลังใจคนที่ต้องการกำลังใจ ให้สู้ต่อไป และอยากเขียนเพื่อให้ข้อคิดต่างๆ จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง เส้นทางชีวิตคนเรานั้นแตกต่างกันไป และเราสามารถเลือกที่จะเดินทางที่เราชอบได้ค่ะ แต่ละเส้นทางไม่สามารถการันตีเราได้ว่าจะเป็นทางที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ อยู่ที่เราเองต่างหากที่จะต้องเป็นคนตัดสินใจว่าจะเดินต่อไปหรือหยุดเพื่อตั้งหลัก และเริ่มต้นใหม่ค่ะ
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ ส่วนตัวแล้วเกิดที่กรุงเทพฯและจบการศึกษาที่นั่นค่ะ พอเรียนจบตรี สาขาการเงินก็เริ่มต้นทำงานแบงก์ ตอนนั้นทำงานเลิกดึกมากเพราะทำแผนกบัญชี ต้องทำปิดยอดบัญชี อดทนทำมาหลายปี พอมีโอกาสเลยขอย้ายมาที่แผนกบริหารทรัพย์สินที่ สำนักงานใหญ่ ของแบงก์เดิมอีกเช่นกัน พอทำงานไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกตัวว่าชีวิตคนเราต้องมีความฝัน ที่ฝรั่งบอกว่า Dream Big น่ะ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ฝันให้ไกลไปให้ถึง เราต้องทำความฝันให้สำเร็จในสักวัน ถึงแม้จะล้มสักกี่ครั้ง เราต้องให้กำลังใจกับตัวเองเสมอ ผู้เขียนยังจำได้แม่น ได้ฟังประโยคนี้มาจากอาจารย์ มาบอกเราว่า 'Pat Yourself On The Back For Doing A Good Job!' เราเองต้องปลอบใจตัวเราว่า เราทำดีที่สุดแล้วนะ เพราะตอนนั้นผู้เขียนรู้สึกทำคะแนนยังไม่ค่อยดี เลยถามอาจารย์ไปตรงๆว่า ฉันต้องทำการบ้าน หรือโปรเจคอะไรเพิ่มเติมเพื่อจะได้เรียนดีขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนนั้นมีความฝันหลายอย่างที่กำลังทำและส่วนหนึ่งที่ทำสำเร็จไปแล้วนั้น เช่น ซื้อรถ, เรียนต่อปริญญาโท, สร้างบ้านให้ครอบครัว และพอเราประสบความสำเร็จแล้ว เราก็จะได้ไปช่วยเหลือครอบครัวและคนอื่นได้บ้าง พอคิดได้เช่นนั้นก็เริ่มต้นทำงานหนัก work hard และเริ่มต้นเก็บเงินไปเรื่อยๆ เพื่อทำความฝันให้สำเร็จโดยเร็ว ฝันแรกคือ อยากซื้อรถเพราะที่บ้านกับที่ทำงานไกลกันมาก ถ้าขับรถแล้วรถติดก็เป็นชั่วโมง และถ้าลงเรียนต่อส่วนใหญ่ก็จะเรียนวันธรรมดาหลังเลิกงาน ต้องมีรถส่วนตัวถึงจะเดินทางไปสะดวก ส่วนเหตุผลที่ต้องซื้อรถป้ายแดงเพราะว่าเลือกรถมือสองไม่เป็น และที่สำคัญที่บ้านก็ให้เหตุผลว่าถ้าเกิดรถไปเสียกลางทางล่ะ อันตรายอีกต่างหาก โดยเฉพาะผู้หญิงตัวคนเดียว กลับบ้านดึกดื่นขับรถเองปลอดภัยกว่าเยอะ เหตุผลให้ซื้อเยอะมาก เลยตัดสินใจซื้อทันที
ฝันต่อไปก็อยากเรียนต่อ ปริญญาโท ด้านการสื่อสาร พอได้เรียนก็นึกว่า เราทำงานทุกวัน มีแค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ และต้องใช้เวลานั้นมาเรียนทั้งวันเลย แค่คิดก็เหนื่อยแล้วนะแต่ให้กำลังใจตัวเองว่าต้องเรียนให้จบ ที่แน่ๆต้องทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นไม่จบแน่นอน การเลือกหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก และเราอยากจะทำอะไรให้กับแบงก์ที่เราเริ่มต้นทำงานมานานกว่าสิบสี่ปี ตอนนั้นต้องใช้เวลาสัมภาษณ์รายการของธนาคารและรวบรวมข้อมูลต่างๆนานมาก รวมทั้งทุนทรัพย์ต่างๆก็คือ เงินเดือนเราเอง ส่วนหนึ่งต้องเลี้ยงครอบครัวและเงินที่เก็บไว้ก็นำมาใช้เป็นทุนการศึกษา โดยไม่ต้องไปกู้มาเรียน เพราะต้องไปเสียดอกเบี้ยอีก คนทำงานแบงก์เองกว่าจะคิดกู้เงินมาทีก็คิดมากนะคะ เพราะเราเรียนจบการเงินมา รวมทั้งทำงานทางด้านนี้มานาน อยากให้ข้อคิดกับคนที่กำลังทำวิทยานิพนธ์ ถ้าเริ่มต้นเขียนว่าอยากทำเรื่องอะไร ลองหาข้อมูลต่างๆ ของวิทยานิพนธ์เก่าๆที่เขาทำไว้แล้วและเราสามารถทำต่อยอดได้ หรือทำเรื่องที่คล้ายกันและสามารถนำมาใช้อ้างอิงกันได้ ถ้าเราเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็ตัดสินใจทำได้เลย อย่าท้อแท้นะคะ เพราะระหว่างการทำวิทยานิพนธ์นั้นก็จะต้องไปขอความช่วยเหลือจากหลายๆหน่วยงาน รวมทั้งได้กำลังใจจากครอบครัวเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆและอาจารย์ทุกคนก็เป็นกำลังใจให้เราผ่านพ้นขั้นตอนนี้ไปได้ค่ะ พอทำวิทยานิพนธ์เสร็จต้องพิมพ์ออกมาประมาณเกือบสิบเล่ม เพื่อนำไปแจกให้กับห้องสมุดของมหาวิทยาลัย รวมทั้งห้องสมุดที่ธนาคารด้วย ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมากที่สุด คือมีน้องที่ทำงานเขาเห็นวิทยานิพนธ์เราจากห้องสมุดที่ทำงาน จึงขึ้นมาขอพบเราและขอข้อมูลการทำวิทยานิพนธ์ เรารู้สึกดีใจมากๆ เพราะได้มีส่วนช่วยเหลือให้ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์กับน้องเขา โปรเจคนี้ใช้เวลาประมาณสามปีเต็ม ข้อคิดที่ได้คือ ถ้าเราเริ่มต้นทำโปรเจคอะไรก็ตาม ต้องทำต่อไปให้สำเร็จ ถึงแม้มีอุปสรรคก็ต้องสู้และแก้ปัญหาไปในแต่ละจุด แต่พอเรียนจบแล้วก็หายห่วง และภูมิใจว่าเราสามารถทำได้ค่ะ
ก่อนอื่นเลยต้องเคลียพื้นที่ก่อน เนื่องจากว่ามีสิ่งปลูกสร้างเดิมอยู่แล้ว รวมทั้งเช็คประเมินที่ดินก่อน ถึงแม้เราจะมีโฉนดที่ดินที่แน่นอนแต่เพื่อความมั่นใจว่าที่เรามีขนาดเท่าไหร่ ติดต่อให้เจ้าหน้าที่มาเช็คดีกว่าค่ะ เขาจะมาปักหลักหมุดกันเลย นี่ขนาดที่เล็กๆนะเนี่ย และบ้านรอบๆเราเขาก็สร้างบ้านกันไปแล้วและมีรั้ว รอบขอบชิดเรียบร้อย แต่ไม่สามารถคอนเฟริมได้ว่าเราได้ขนาดที่ดิน กว้าง ยาวตามโฉนดของเรา เอาเป็นว่าเสียเงินและเวลา เช็คก่อนที่เราจะสร้างสิ่งปลูกสร้างอะไรก็ตาม เพื่อความถูกต้องและความสบายใจ แม้อาจจะทำให้ข้างบ้าน ไม่พอใจบ้าง เพราะการสร้างบ้าน ต้องเริ่มตั้งแต่การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม และการตอกเสาเข็ม กระทบกระเทือนเสียงดังมาก แต่เราไม่แน่ใจเพราะตอนนั้นทำงานทุกวัน มีแค่วันหยุดเท่านั้นที่มีเวลามาดูบ้าน เห็นใจแต่คุณพ่อคุณแม่ที่เขาต้องอยู่ที่พื้นที่เกือบทุกวัน ซึ่งอากาศบ้านเราก็ร้อนมากขึ้นทุกวัน
ข้อคิดเรื่องการสร้างบ้าน เราคิดว่าจะสร้างให้ครอบครัว เพราะตอนนั้นเราทำงานและคิดว่าบ้านที่คุณย่าสร้างไว้ให้พวกเราก็เริ่มทรุดโทรมลงทุกวัน เวลาเราคุยกันในครอบครัว เขาจะไม่อยากให้เราสร้างเพราะคงกลัวว่าเราจะทำไม่ได้ ไม่สำเร็จ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ข้อนี้เราเข้าใจทุกคน แต่ถ้าเราไม่ตัดสินใจทำอะไรเลย ในวันนั้น และในปีที่ผ่านมาน้ำท่วมใหญ่ที่กรุงเทพ บ้านเราก็ผ่านมาได้เพราะสร้างบ้านใหม่แล้ว ยกเสาสูงมาก ไม่ต้องกลัวน้ำท่วมเลย ถึงแม้จะท่วมก็แค่ถนนหน้าบ้าน ไม่ท่วมมาถึงในบ้าน ต้องขอขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ช่วยดลบันดาลให้เราทำโปรเจคนี้ได้สำเร็จค่ะ และคงไม่มีอะไรที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวจะทำไม่ได้ นอกจากต้องลงมือทำ ถึงแม้จะมีอุปสรรคผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย สิ่งสำคัญเลยต้องไม่ท้อแท้นะคะ ตอนนั้นข้าพเจ้าหน้าตาดูไม่จืด ต้องตากแดด และโดนฝุ่นละอองต่างๆก็ทำให้เป็นสิวเต็มหน้าเลยค่ะ แต่พอสร้างบ้านเสร็จก็หายเอง เพราะความเครียดในเรื่องสร้างบ้าน ที่ต้องมีปัญหาเกือบทุกวัน ทั้งเรื่องผู้รับเหมาที่มาทำบ้างไม่มาบ้าง ทำงานไม่เรียบร้อยบ้าง โปรเจคนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งปีถึงจะเสร็จค่ะ แต่พอเราทำสำเร็จแล้วก็ทำให้เราภาคภูมิใจเป็นอยากมากค่ะ
ขอสรุปในเรื่องการสานฝันให้เป็นจริงเป็นภาษาอังกฤษ สั้นๆนะคะ
Rules for Success: Dream Big, Work Hard, Enjoy What You Do, Don't Give Up, and Don't Procrastinate. สิ่งที่สำคัญคือ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เพียงแต่ต้องลงมือทำค่ะ ปัญหาแม้จะหนัก แต่ถ้าใจเราสู้ ก็สามารถฝ่าฝัน ก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ และจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้สักวันค่ะ วันนี้ขอจบเรื่องการสานฝันเพียงเท่านี้นะคะ ขอให้กำลังใจเพื่อนๆที่กำลังทำตามความฝัน สู้สู้ค่ะ โอกาสหน้าจะเขียนเรื่องอะไร โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ xoxo



